ประสบการณ์ สอบกองทุน Forex (EP.2)

ฝากกดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยน้า

เนื่องจากผม สอบกองทุน Forex ของเจ้า MyForexFunds (MFF) ผ่าน Level 2 เรียบร้อยแล้ว จึงอยากมาแชร์แนวทางการสอบสำหรับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกคน พร้อมกับเปิด Stat ส่วนตัวให้ดูด้วย เพื่อให้เพื่อนๆ สามารถเข้ามาวิเคราะห์ เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย แล้วนำไปปรับใช้ให้เข้ากับแนวทางการเทรดของตนเองได้ … ผมทำยังไงให้ยิงออเดอร์ได้สม่ำเสมอ มี Drawdown แค่ 2% และสอบผ่านทั้ง Level 1 กับ Level 2 ภายในรอบเดียว … ถ้าอยากรู้แล้ว เลื่อนอ่านต่อข้างล่างได้เลย

คำเตือน

เนื้อหาในเว็บไซท์นี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือชักชวนลงทุน เป็นเพียงการแชร์ประสบการณ์ที่เคยอยู่ในตลาดทุนมาก่อนที่มีทั้งถูกและผิด การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูล ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

อ่าน EP.1 ก่อน จะได้เข้าใจภาพรวมมากขึ้น

ผมอธิบายลักษณะการสอบ MFF ตั้งแต่แรกไว้ใน EP.1 แล้ว หากคุณยังไม่ได้อ่าน สามารถเข้าไปศึกษาก่อนได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้นะครับ … ตอนอ่าน EP.2 จะได้เข้าใจภาพรวมมากยิ่งขึ้น ^^

ชุดความคิด (Mindset)

ทุกๆ ครั้งที่จะอธิบายเรื่องการเทรดของตัวเอง ก็ต้องวกมาที่เรื่องนี้ทุกที ก็อย่างที่ผมบอกนั่นแหละ แท้จริงแล้ว การเทรดมันคือกระบวนการ ที่คุณไปดูวิธีมาจากในอินเทอร์เน็ตมาจากแหล่งไหน เค้าก็ใช้วิธีการคล้ายๆ กันหมด

ทั้งที่วิธีการเทรดคล้ายๆ กัน แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับเทรดเดอร์มือใหม่และมือเก่าในการปั้นพอร์ตให้เติบโตกลับไม่ได้อยู่ที่วิธีการเทรด แต่อยู่ที่ “ชุดความคิด (Mindset)” ต่างหาก

เลยเป็นสาเหตุให้ผมต้องแชร์ Mindset ที่ตนเองมีต่อตลาดให้กับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกครั้ง ว่าการสร้างความมั่งคั่งในพอร์ตในมุมมองของผมมันมีลักษณะเป็นอย่างไร เพื่อให้เพื่อนๆ เข้าใจว่าผมคิดเห็นอย่างไรกว่าจะยิงออเดอร์แต่ในละไม้

อย่าให้ใครมาบอกว่าเราควร Action ยังไง

อันนี้สำคัญนะ ผมเห็นเทรดเดอร์หลายคนในกลุ่มมักจะตั้งคำถามแนวๆ ว่า

“ช่วงนี้เทรดยังไงดี สับสนไปหมดแล้ว”

“พอร์ตติดลบเยอะเลย Cut Loss ดีไหม”

“ต้องถือกำไรนานแค่ไหน ถึงจะได้จุดที่ดีที่สุด”

“ทำยังไงให้ทนฟ้าได้เหมือนทนแดง”

ฯลฯ

เงินมันเป็นของเรา เราอุตส่าห์ลำบากตรากตรำในการเสียสละเวลา เสียสละความสุข เสียสละช่วงเวลาดีๆ ของชีวิต กว่าจะได้มาแต่ละบาท แต่ละสตางค์ ไฉนเลยเวลาจะลงทุน เราถึงยอมให้อำนาจการตัดสินใจเรื่องเงินตกไปอยู่กับคนอื่นล่ะ?

ผมเป็นคนหนึ่งล่ะ ที่เชื่อในผลลัพธ์ของการลงมือทำอย่างยากลำบาก มันไม่มีทางลัดใดๆ ทั้งนั้นที่จะย่อระยะทางความสำเร็จของคุณได้ สิ่งที่ควรทำ ณ เวลานี้คือการ ศึกษาหาความรู้เรื่องการเทรดและการลงทุนด้วยตนเอง ลงทุนกับตัวเองให้เหมือนครั้งแรกที่คุณเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยปีที่ 1 อีกครั้ง ในวิชาการเป็น “เทรดเดอร์”

สิ่งที่ควรจะคาดหวังจากการเป็นเทรดเดอร์ คือการมุ่งศึกษาแนวทางการเทรดที่ถูกจริตของตนเอง หาให้เจอว่าชอบระบบเทรดแบบไหน ถือออเดอร์แบบไหนแล้วใจเต้นรัวหรือรู้สึกไม่ชอบ ก็ไม่ต้องไปใช้ระบบนั้น

ถ้าถือออเดอร์ด้วยวิธีที่ใช่และถูกจริตคุณ ใจจะรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ปราศจากความทุกข์ความกังวล ถ้าเจอวิธีนี้แล้ว ก็จะเหลืออยู่ 2 ทางเลือกว่า จะเทรดแบบนี้ไปเลย หรือจะศึกษาจุดอ่อนของมันเพิ่มเติม … เมื่อปูทางมาแบบนี้แล้ว มันก็อยู่ที่คุณแล้วล่ะ ว่าจะพอใจถึงระดับไหน

เมื่อคุณเจอระบบที่ใช่ มันก็จะตอบคำถามทั้งหมดที่คุณถามไปเมื่อตอนต้นหมดแล้ว ว่าคุณควรตัดขาดทุนตอนไหน ควรถือกำไรต่อไปได้อีกกี่วัน ทำยังไงให้ทนฟ้าได้ ได้กำไรแล้วควรเอาไปเทรดยังไงต่อ … โดยส่วนตัวกว่าผมจะตอบคำถามเหล่านี้ได้ ใช้เวลาไปเหมือนคนเรียนจบปริญญาตรีควบปริญญาโทเลยทีเดียว

ดังนั้น ไม่ต้องรีบเร่ง ค่อยๆ สะสมประสบการณ์ไป อย่าไปเชื่อคนที่มาบอกคุณว่าคุณต้องประสบความสำเร็จเดี๋ยวนี้ เค้าไม่ได้มารู้พื้นฐานชีวิตครอบครัวของคุณนี่ เค้าอาจจะแค่พูดเพื่อเร่งให้คุณตัดสินใจไปซื้อคอร์สราคาเหยียบครึ่งแสน โดยโปรยคำคมสวยๆ ให้คุณมีแรงฮึดในการเปิดออเดอร์ด้วยความงงๆ อยู่ก็เป็นได้ (เดี๋ยวนี้มีเยอะนะเออ)

รู้จักระบบเทรดของตัวเองก่อน สอบกองทุน Forex

เทรดเดอร์อาชีพทุกคน มีระบบเทรด หรือ หน้าเทรด (Trading setup) เป็นของตัวเองกันทั้งนั้น และมันก็ไม่ได้หายากอะไรขนาดต้องพลิกแผ่นดินหาหรอก ในเมื่อตลาดมันมีแค่ 2 ท่าคือ Trend และ Sideway งั้นแสดงว่าท่าเทรด มันก็มีแค่ 2 ท่าแค่นั้นสิ คือท่าที่ใช้ตอนตลาดเป็น Trend และท่าที่ใช้ตอนตลาดเป็น Sideway

และสิ่งที่ทำให้เกิดความห่างชั้นระหว่างมือใหม่กับมืออาชีพ นั่นคือความเข้าใจแบบเชิงลึกในหน้าเทรดของตนเอง

ขยายความให้คุณเข้าใจง่ายๆ แบบนี้นะ

สมมติคุณไปได้ระบบเทรดดีๆ มาซักอันนึง โดยใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่(MA) 2 เส้น ถ้ามันเกิด Golden cross ก็ให้คุณ Buy กลับกันถ้ามันเกิด Death cross ก็ให้คุณปิด Buy แล้วไปถือ Sell แทน … สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ

คำถามคือ … แล้วมันได้เงินมั้ย?

คุณกำลังคิดแบบนี้อยู่ใช่มั้ยล่ะ?

ด้วยระบบเทรดง่ายๆ แบบนี้ ถ้าคุณลองไปทำตามมันดู จะพบว่าอัตราการชนะค่อนข้างต่ำ(มาก) อาจมีโอกาสชนะอยู่เพียงแค่ 10-20% แค่นั้นเอง แต่เวลามันชนะทีนึง ก็มีโอกาสดึงผลตอบแทนได้สูงเลยทีเดียว แลกมากับจำนวนออเดอร์ที่น้อยจนน่าใจหาย เพราะกว่าจะได้ยิงออเดอร์ทีนึง ต้องรอแล้วรออีกกว่า MA จะมานัวเนียกันซักครั้ง

“อะไรนะ โอกาสชนะมีแค่ 10% เองรึ!!!”

ส่วนใหญ่ได้ยินคำว่า Winrate แค่ 10% ก็มักจะไม่ค่อยเหลียวมองกันแล้ว แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ ในเมื่อโอกาสชนะมีแค่ 10% แล้วทำไมเทรดเดอร์มืออาชีพหลายๆ ท่าน ยังคงยืนยันที่จะใช้ระบบเหล่านี้ในการเทรดอยู่ล่ะ

คำตอบคือ เค้ารู้จักหน้าเทรดนี้เป็นอย่างดี เข้ารู้ว่าโอกาสชนะมันมี 10% เท่านั้น เค้าเลยศึกษาเพิ่มเติมต่อว่า แล้วเราจะหาจุดอ่อนของหน้าเทรดนี้เจอได้อย่างไร แล้วถ้าเจอจุดอ่อนแบบนี้บ่อยๆ เราสามารถพลิกจากวิกฤตมาเป็นโอกาสได้ไหม ถ้าระบบเทรดเข้าสู่ช่วงการชนะ 10% เราจะดึง Performance ให้มันสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ยังไงดี … จะตอบคำถามเหล่านี้ได้ คุณจำเป็นจะต้องนำเอาระบบเทรดที่ใช้อยู่มาวิเคราะห์ให้ทะลุปรุโปร่งนั่นเอง

ดังนั้นผมเลยใช้คำว่า “รู้จักระบบเทรดของตัวเอง” ว่าตอนนี้คุณรู้หรือยัง ว่าจุดอ่อนของระบบเทรดอยู่ที่ตรงไหน เวลาคุณถือออเดอร์ขาดทุน ควรถือออเดอร์ต่อไปอีกกี่ชั่วโมงถึงจะกลับมากำไรได้ ถ้าราคาย่อมาโดนแนวรับสำคัญในระบบเทรดของคุณ ปกติแล้วราคาจะวิ่งขึ้นไปต่อจนถึงแนวไหน ฯลฯ ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้ ขอแสดงความยินดีด้วยครับ คุณกลายเป็นเทรดเดอร์อยู่ในกลุ่ม 1-5% ที่เอาชนะตลาดได้แล้วล่ะ

อยากเป็นเทรดเดอร์ต้องอ่านเล่มนี้

จริงๆ มันไม่มีหนังสือเล่มไหนที่จำเป็นต้องอ่านตายตัวหรอก แต่ผมแนะนำเล่มนี้ละกัน เพราะมันเป็นเล่มที่ทำให้ผมออกมาจาก Comfort Zone และลุกขึ้นมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่เพื่อสร้างรากฐานแห่งความมั่งคั่งให้ครอบครัวของผม … มันคือเล่มนี้ครับ

สอบกองทุน ฟอเร็กซ์ Forex

แม้ว่ามันจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเทคนิคการเทรด แต่มันเกี่ยวข้องกับเรื่องของการจัดการอารณ์ รวมไปถึงการปลูกฝัง Mindset ที่ดีในการใช้ชีวิต การบริหารจัดการความมั่งคั่ง การค้นพบจริงที่บอกให้คุณรู้ว่าคุณจะต้องมีขั้นตอนอย่างไร เพื่อให้หลุดพ้นออกจากชีวิตเดิมๆ ที่เป็นอยู่แบบนี้ได้

อ่านจบ ผมรู้ว่าต้องจัดการกับตัวเองอย่างไร และจะดำเนินชีวิตอย่างไรเพื่อให้สามารถปลดล็อกชีวิตที่พันธนาการด้วยหนี้สิน จนสามารถกลับมาร่ำรวยและสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวให้ครอบครัวได้ และนำมาใช้เป็นแนวทางในการสร้างความสม่ำเสมอจากตลาดทุนต่างๆ ได้ หากคุณสนใจอยากดูรายละเอียดเพิ่มเติม ดูได้ที่ลิงก์นี้นะครับ

เล่มที่ 2 สำหรับคนที่อยากได้พื้นฐาน Forex ทั้งหมด ตั้งแต่คำศัพท์พื้นฐาน ไปจนภาพรวมเศรษฐกิจ และสิ่งที่คุณควรรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับ Forex แบบเข้าใจได้ง่ายๆ เล่มเดียวจบ ผมแนะนำเล่มนี้ครับ

สอบกองทุน ฟอเร็กซ์ Forex

มันเป็นหนังสือ Forex ที่ผมรู้สึกว่าครบถ้วนที่สุดแล้ว ผมเสียเวลาเรียนรู้เกี่ยวกับ Forex มาตั้งมากมาย สุดท้ายแก่นของมันจริงๆ ก็สรุปอยู่ในหนังสือเล่มเล็กเล่มนี้แหละ มันเรียบง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน แค่คุณเข้าใจหลักการพื้นฐาน คุณก็เอาไปต่อยอดและทำเงินได้แล้วล่ะ หากมีโอกาสลองเข้าไปดูเล่มนี้นะครับ

Trading Setup (เพื่อสอบ กองทุน Forex )

เทคนิคเป็นเรื่องที่มาแล้วไป แต่กลยุทธ์เป็นเรื่องที่ใช้ได้ตลอดกาล

ถ้าคุณตามดูบทความต่างๆ ใน Blog รวมไปจนถึง Youtube ของผม จะสังเกตว่าสิ่งที่ทำให้ผมเทรดและอยู่รอดในตลาดมาได้ ไม่ใช่เทคนิคแพรวพราวตามยุคสมัย ไม่ใช่กระบวนการเทรดที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนยากจะเลียนแบบ แต่เป็นเพียงท่าเทรดเรียบง่าย ไม่วุ่นวาย และเป็นท่าเทรดที่เหมือนกันกับเทรดเดอร์มืออาชีพหลายๆ คนใช้กัน

ใช่แล้ว สิ่งที่ผมกำลังใช้อยู่ มันคือ “กลยุทธ์ในการเทรด” ต่างหากล่ะ มันคือสิ่งที่ใช้ได้ตลอดกาล ไม่ว่าตลาดจะมีสภาวะแบบไหน ต่างกับเทคนิคการเทรด ที่แปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ตามพฤติกรรมของตลาด

ถ้าคุณยังจำได้ เมื่อ 3-4 ปีก่อน ในตลาด Forex เราจะฮิตเทคนิคการเทรดที่ชื่อว่า “Carry trade” กันมาก ด้วยการเปิด Buy ข้างนึง แล้วไปเปิด Sell อีกข้างนึง เพื่อกินค่า Swap โดยสมัครเป็นประเภทบัญชีแบบ Free swap

จำได้ว่าช่วงนั้น คนแห่กันมาทำ Carry trade กันแบบมืดฟ้ามัวดิน หลายๆ คนมองหาบอทเพื่อมาเทรดแบบนี้ก็มี และก็เป็นแค่ช่วงเดียวที่ทำแบบนั้นได้ เพราะโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ไม่ยอมให้พวกเราทำแบบนั้นอยู่แล้ว เพราะโบรกเกอร์จะสูญเสียรายได้ จึงออกกฏออกมาควบคุมการกระทำในลักษณะดังกล่าว

ท้ายที่สุด เทคนิคนี้ก็ไม่มีใครนำกลับมาใช้อีก และไม่นานนักอีกก็มีเทคนิคใหม่ๆ โผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ ในโลกโซเชียลกันแบบไม่ขาดสาย … เพราะพวกเค้ารู้ดีว่านักลงทุนหน้าใหม่ขี้เกียจ และมองหาโอกาสเป็นเศรษฐีได้ด้วยวิธีง่ายๆ เลยทำให้คนไทยโดนหลอกเสียเงินให้กับเรื่องพวกนี้ไปซะเยอะ

ในฐานะที่ผมเป็นคนนึง ที่เชื่อมั่นในผลของการทำงานหนัก ย่อมรู้ดีกว่ามันไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ผมใช้กลยุทธ์ในการเทรดแบบธรรมดาๆ ราคาย่อมาก็ทยอยเข้าซื้อ ราคาแตะแนวสำคัญเราก็ขายก่อน แล้วค่อยหาโอกาสซื้อสวยๆ ใหม่อีกครั้ง หมั่นทำการบ้านของเทรดเดอร์เป็นประจำ หาจุดอ่อนของระบบ แล้วพัฒนาให้มันดีขึ้นจากกลยุทธ์เทรดแบบง่ายๆ ที่ตนเองมี และทำแบบนี้วนไปเรื่อยๆ

เมื่อคุณเทรดแบบจำกัดความเสี่ยงได้ดี เดี๋ยวกำไรมันก็จะตามมาเองนั่นแหละ

กลยุทธ์ : รอราคาย่อก่อนค่อยเข้าออเดอร์

อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ ว่าตลาดทุนไม่ว่าที่ไหน มันก็มีอยู่แค่ 2 ท่าเท่านั้น คือ Trend และ Sideway ดังนั้นหน้าเทรดของผมเลยมีแค่ 2 ท่าเช่นกัน

ผมเคยเขียนแชร์ประสบการณ์ท่าเทรดเหล่านี้เอาไว้แล้ว (แบบโคตรยาว) ถ้าคุณสนใจ ลองเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้

กว่าผมจะตระหนักรู้ได้ว่าเราควรมีท่าเทรดแค่ 2 ท่า ก็กินเวลาไปเกือบ 10 ปีเหมือนกันนะ ผมเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการแสวงจาริกเพื่อตามหา “ท่าเทรดในตำนาน” ที่จะทำให้ผมหาเงินได้ง่ายๆ จากตลาด Forex โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย

ผมทำตามคำบอกเล่าของโค้ชคนนั้นคนนี้ อาจารย์คนนั้นคนนี้ จนทำให้รู้ได้ว่า คนพวกนี้เค้าไม่ได้ทำเงินได้จากการเทรด แต่ทำเงินได้จากการขายคอร์สและขายความเชื่อเท่านั้น ผมถูกหลอกหลายครั้งจนเลิกนับไปแล้วว่ามันทำให้ผมต้องเดินไปปั้นหน้าขอขมาภรรยาเป็นครั้งที่เท่าไหร่

สอบกองทุน ฟอเร็กซ์ Forex

ในการสอบเทรด ผมก็ใช้กลยุทธ์เหมือนที่ผมแชร์เอาไว้ในลิงค์ด้านบนนั่นแหละ กลยุทธ์ประจำที่ผมใช้เทรดก็คือ Throwback/Pullback คือรอให้ราคามันทะลุแนวสำคัญๆ ไปก่อน แล้วรอมันย่อ เราค่อยเอาออเดอร์ไปวาง

ด้วยกลยุทธ์เรียบง่ายแบบนี้ คุณลองสังเกตที่ข้อมูลด้านบนนั่นสิ มันแสดงให้เห็นว่าผมสามารถควบคุม Drawdown ได้ดีแค่ไหน ผมทำ Max DD ที่ 1.33% แค่นั้นเอง และผมเทรดผิดทางบ่อยซะด้วย แต่เวลาได้กำไรทีนึง ผมก็ดึงกำไรออกมาได้สุดเหมือนกันนะ

สอบกองทุน ฟอเร็กซ์ Forex

ผมชอบเทรดทองคำเป็นหลัก เพราะมันได้ระยะค่อนข้างเยอะ แม้ว่า Win Rate จะอยู่แค่ 57.98% แต่เวลาชนะทีนึง มันก็สามารถชดเชยกำไรที่เสียไปได้เสมอ ทุกครั้งที่ออกออเดอร์ ผมจะรู้อยู่แล้วว่าจุดที่จะยิง มันมี Win Rate เท่าไหร่ มันจะได้ RR แค่ไหน และถ้าเปลี่ยนจุดยิง มันจะทำให้ Win Rate และ RR ของผมเคลื่อนไปเท่าไหร่ (จะทำแบบนี้ไม่ได้เลย ถ้าไม่เคยวิเคราะห์ระบบเทรดของตัวเองแบบเชิงลึกมาก่อน)

ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ แต่ยังนึกภาพไม่ค่อยออก ว่าผมวิเคราะห์ข้อมูลอะไร และเราจะเอาผลจากการวิเคราะห์ระบบเทรดของตัวเองมาประยุกต์ใช้ในการกำหนดกลยุทธ์การเทรดยังไง ลองอ่านในบทความที่ผมเคยแชร์ไว้ก่อนหน้านี้ดูนะ เพราะผมอธิบายมันเอาไว้ค่อนข้างครบถ้วนแล้วล่ะ

ทีนี้ สิ่งที่คุณควรทำเพื่อให้สอบผ่าน คือการกลับไปตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อน ว่าตอนที่คุณกำลังจะยิงออเดอร์ คุณเข้าด้วยเหตุผลใด มันใช่หน้าเทรดที่คุณใช้เป็นประจำหรือไม่ จุดที่คุณกำลังจะยิงออเดอร์มีโอกาสชนะเท่าไหร่ ถ้าออเดอร์นี้ขาดทุน คุณต้องถือออเดอร์อีกนานเท่าไหร่ถึงจะได้กำไร และเมื่อมีกำไร คุณจะถือกำไรนั้นต่อไปอีกกี่ชั่วโมง ถึงจะปิดออเดอร์นั้นได้ … ลองทำการบ้านตรงนี้ดู แล้วชีวิตการเทรดของคุณจะง่ายขึ้นเยอะเลยล่ะ

ห้ามเลื่อน Stop Loss และ Take Profit

นี่คือประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะแชร์เลย เมื่อคุณวิเคราะห์มาดีแล้วว่าจุดนี้ คือจุดที่คุณสมควรจะยิงออเดอร์ เมื่อคุณยิงไปแล้ว ก็ควรกำหนด TP SL ให้เรียบร้อย และห้ามไปขยับมันเด็ดขาด เพราะมันคือการตัดสินใจที่คุณวิเคราะห์มาดีแล้วนี่

การอยู่เฉยๆ เพื่อรอให้ราคามันไปโดนเส้น TP หรือ SL ด้วยตัวเอง ถือเป็นการฝึกวินัยในตัวเองรูปแบบหนึ่ง และฝึกให้คุณเป็นคนทำตามแผนที่คุณวางเอาไว้แล้ว หากคุณเข้าและออกออเดอร์ด้วยวิธีการเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณจะสามารถนำผลลัพธ์เหล่านี้ไปวิเคราะห์หาข้้อดีข้อเสียของระบบเทรดคุณเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในทางตรงกันข้าม หากวันนี้คุณนึกอยากจะยิงออเดอร์ตรงไหนก็ยิง นึกอยากจะปิดออเดอร์ตรงไหนก็ปิด จุดเข้าจุดออกไม่ชัดเจน มันก็ยากที่จะอธิบายอย่างเต็มปากเต็มคำว่าออเดอร์นี้ที่คุณได้กำไร ได้มาเพราะแผนที่คุณวางไว้ หรือแค่โชคดีเท่านั้น

แน่นอนว่าถ้าวันนี้คุณพึ่งแต่โชคชะตา หรือต้องมานั่งลุ้นทุกครั้งที่ตัวเองเปิดออเดอร์ นั่นไม่นับเป็นการเทรดแล้วล่ะ แต่เป็นการเล่นการพนันต่างหาก ถ้าโชคดีคุณก็ได้กำไรแล้วลุกออกจากโต๊ะได้ แต่หากโชคร้าย คุณก็แค่เดินออกไปแลกชิป แล้วกลับมานั่งลุ้นดวงกันใหม่อีกครั้ง

เทรดเดอร์อาชีพเค้าไม่ทำกันแบบนั้น ก่อนที่เค้าจะยิงออเดอร์ เค้ารู้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าจะบริหารจัดการกับเงินที่เค้ามีอย่างไร อาศัยความเข้าใจระบบ ล้อไปกับกลไกของตลาดที่ตนเองลงทุน เน้นสร้างความสม่ำเสมอในระยะยาว มากกว่าการทำกำไรเร็วๆ เพื่อรีบรวย ถึงจุดยิงก็ยิง ถึงจุดขาดทุนก็ต้องหยุด ถึงจุดทำกำไรก็เค้นให้เต็มที่

ทั้งหมดทั้งมวล จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากคุณไม่เข้าออกออเดอร์อย่างมีระบบ และรออยู่เฉยๆ จนกว่าราคาจะไปโดนจุด TP หรือ SL ด้วยตัวมันเอง ถ้าแรกๆ คุณรู้สึกว่ามันทำยาก ก็ลองฝืนๆ ใจตัวเองซักหน่อย คุณกำลังเดินสวนทางกับคนส่วนใหญ่ หากผ่านมันไปได้ คุณจะเข้าใจและมองเห็นประโยชน์จากการทำแบบนี้เอง

และผมขอแชร์ค่าสถิติการเทรดจนผ่าน Level 2 ของผม ให้คุณได้เอาไปศึกษาเพิ่มเติมดูนะครับ ให้คุณพอจะเห็นภาพว่าผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ระบบหน้าตาเป็นอย่างไร และผมทำกำไรได้ดีวันไหนของสัปดาห์บ้าง มันตอบผมได้หมดเลยว่าจริงๆ แล้วผมควรเทรดช่วงกี่โมงกันแน่ จะได้ไม่ต้องมานั่งเฝ้ากราฟทั้งวันเพื่อกดออเดอร์ (ไม่เช่นนั้นผมคงเป็นบ้าตายเพราะจ้องกราฟทั้งวันพอดี)

https://thailandfxwarrior.com/backtest_ea/MFF_Lv2/

ผลลัพธ์ของการลงมือทำจนสอบ กองทุน Forex ผ่าน

การสอบรายการ MFF ก็เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ตอกย้ำให้เพื่อนๆ เทรดเดอร์รู้ว่า ผมก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่พยายามลองผิดลองถูกอยู่หลายปีในตลาด Forex ทองคำ น้ำมัน และคริปโตฯ เมื่อสามารถปลดล็อคความรู้ความเข้าใจในความรู้เรื่องการเทรดได้แล้ว ก็สามารถสอบผ่านกองทุนเพื่อไปโกยเงินจากต่างชาติเข้ามาในประเทศได้เช่นกัน

สอบกองทุน ฟอเร็กซ์ Forex

จริงๆ รายการ My Forex Funds (MFF) ไม่ใช่รายการแรกที่ผม สอบกองทุน Forex ผ่านนะ ก่อนหน้านั้นที่ผมไปสอบคือกองทุนของ Axi Select โดยใช้เวลาในการสอบนานเกือบ 6 เดือนเลยทีเดียว และนี่คืออีเมลที่ได้รับหลังจากสอบผ่านแล้วครับ

สอบกองทุน ฟอเร็กซ์ Forex
สอบกองทุน ฟอเร็กซ์ Forex

สรุป

หวังว่าประสบการณ์และเรื่องราวต่างๆ ที่ผมได้แบ่งปันให้กับเพื่อนๆ คงจะมีประโยชน์และสามารถนำไปปรับใช้ในการสอบกองทุนของเพื่อนๆ ได้นะครับ

หากตอนนี้คุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง ผมแนะนำว่าคุณควรเริ่มจากหา “ระบบเทรด” ที่ถูกกับจริตของเราก่อน ลองดูว่าถือออเดอร์ในแต่ละครั้ง มันทำให้เราทรมานจิตใจ หรือทำให้เราเบิกบานใจ อันไหนถือแล้วไม่โอเค ก็ตัดอันนั้นออก

เมื่อได้ระบบแล้ว ก็ต่อยอดโดยการศึกษาเชิงลึก เอาข้อมูลที่ได้ในลากใส่ Excel แล้วลองวาดกราฟดูก็ได้ ว่าถ้าคุณใช้ระบบที่กำลังเทรดอยู่นี้ วันไหนมันทำกำไรได้ดีที่สุด (ได้กี่จุด) วันไหนมันทำกำไรได้แย่ที่สุด และวันที่มันทำกำไรได้แย่ เรากะจะวางแผนอย่างไร ให้วันที่ได้กำไรแย่ๆ มันพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ … ส่วนนี้ Excel ช่วยคุณได้ครับ

คุณจะไม่สามารถวัดและประเมินผลมันได้เลย หากคุณไม่ยิงออเดอร์ให้เหมือนเดิมทุกครั้ง พยายามมีวินัยในตัวเอง เข้าออกออเดอร์อย่างมีแบบแผน อย่าเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง

ถ้าคิดว่า “ชั้นทำไม่ได้หรอก มันยากเกินไปสำหรับชั้น” ก็พึงระลึกไว้เสมอว่า เทรดเดอร์ที่มีชื่อเสียงหลายๆ ท่าน ก็ผ่านจุดนี้กันมาแล้วทั้งนั้น มันไม่มีทางลัดความสำเร็จในการเป็นเทรดเดอร์หรอก คุณกำลังเลือกเดินในสายอาชีพที่(โคตร)ยาก และมีความกดดันสูง เมื่อไหร่ที่คุณล้ม ก็พร้อมจะมีคนคอยซ้ำเติมคุณเสมอ

มันเป็นงานที่เมื่อคุณทำพลาด คนอื่นจะตราหน้าว่าคุณมันเป็นคนที่ “ไม่ประมาณตน” แต่หากคุณทำมันสำเร็จ เค้าก็จะมองว่าคุณเป็นคนที่ “สุดยอด” หากเลือกที่จะเดินทางมายังถนนสายนี้แล้ว จงทำมันอย่างสุดฝีมือครับ อย่าทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ จงภูมิในสิ่งที่คุณทำ และจงทำมันอย่างมีสติ

โอกาสหน้าถ้ามีอะไรดีๆ ผมจะนำมาแชร์ให้คุณอีกนะครับ หากเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ สามารถกดแชร์ให้กับเพื่อนๆ ท่านอื่นได้นะครับ เราจะได้มีสังคมดีๆ ที่แบ่งปันประสบการณ์ในการเอาตัวรอดในตลาดทุนอันแสนโหดร้ายเหล่านี้ไปด้วยกัน

ปล. อยากคุณอยากเข้าไปดูรายละเอียดการสอบกองทุน MFF เพื่อดูว่าคุณพร้อมจะสอบในระดับไหน สามารถเข้าไปดูไำด้ที่ลิงค์นี้นะครับ

https://myforexfunds.com/?wpam_id=256863

อ้างอิง
บทความนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกที่ https://www.thailandfxwarrior.com/blog/trading-with-public-forex-funds-with-myforexfunds-ep2/

บทความที่คุณอาจสนใจ
ประสบการณ์ สอบกองทุน Forex (EP.1) https://www.thailandfxwarrior.com/blog/trading-with-public-forex-funds-with-myforexfunds-ep1/
อยากได้ Expert Advisor(EA) มาเทรด Forex ต้องทำไง? https://www.thailandfxwarrior.com/blog/how-to-download-free-expert-advisor-ea/

# # #

ติดต่อเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Website: https://www.thailandfxwarrior.com
💬 LINE: http://bit.ly/tradertum
📺 YouTube: https://www.youtube.com/c/ThailandFxWarrior
🐤 Twitter: https://twitter.com/tumtradingdiary
📖 Blockdit: https://www.blockdit.com/tradertum
👍 Facebook: https://www.facebook.com/TumTradingDiary/

สมัครต่อ IB เพื่อเป็นกำลังใจและรับ Service พิเศษ
👨‍💼 TMGM : https://portal.tmgm.com/register?node=ODA4MjI=&language=th
📗 กลุ่มไลน์ : https://bit.ly/traderdiary-mumu-line
💻 ดู Live สด : https://www.facebook.com/TraderDiaryPraewchompoo