3 ช่องทาง เทรด forex สำหรับคน ทุนน้อย

ฝากกดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยน้า

ช่วงนี้มีคนมาปรึกษาผมบ่อยว่า เทรด อยู่ในตลาด Forex มานาน แต่ยังเอาคืนจากมันไม่ได้ซักที (ทุนน้อย และหาเพิ่มก็ยากแล้วด้วย) เทรดเองก็ไม่รอด ล้างพอร์ตตลอด ทุนน้อยด้วย ครอบครัวก็ไม่เข้าใจ และกำลังอยู่ตรงทาง 3 แพร่งว่าจะไปต่อในโลกการทำเงินของการเทรด Forex หรือจะหยุดอยู่เพียงแค่นี้ดี … เอ๊ะ … หรือว่ามีแนวทางการทำเงินรูปแบบอื่นในตลาด Forex อยู่อีกรึปล่าว? เดี๋ยววันนี้ผมมามาขยายความเรื่องนี้ให้เข้าใจกันครับ

แนวการ เทรด forex ในปัจจุบัน (สำหรับคน ทุน น้อย ก็ทำตามได้ด้วยนะ)

ต้องบอกก่อนนะครับว่าในประเทศไทยบ้านเรา ยังไม่มีกฏหมายมากำกับดูแลให้โบรกเกอร์เข้ามาทำการตลาดในไทยได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นบทความนี้จึงเขียนในลักษณะการให้ข้อมูลตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ณ เวลาปัจจุบันนี้ เพื่อให้คุณได้เข้าใจภาพรวมว่าตอนนี้เหล่าผู้คนในวงการนี้เขาใช้ชีวิตกันอย่างไร โดยผมจะแบ่งตามแนวทางหลักๆ ที่พบเจอได้บ่อยๆ ดังนี้ครับ

เทรด forex ทุนน้อย ทำยังไงดี?

เทรดเดอร์ (Trader)

คือผู้ที่แสวงหากำไรจากสินทรัพย์ รูปแบบการทำเงินโดยส่วนใหญ่จะเกิดจากการเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคา (ซื้อถูกแล้วไปขายแพง) ทีนี้ในตลาด Forex ก็เช่นกัน ผู้คนมักถูกเชิญชวนด้วย Promotion และคำแนะนำที่แสนเย้ายวนให้มาแสวงหารายได้รูปแบบใหม่ในตลาดบลูโอเชียนแห่งนี้ โดยหารู้ไม่ว่าการเป็นเทรดเดอร์นั้นยากกว่าการเป็นนักลงทุนในทุกๆ ด้าน

งานหลักของเทรดเดอร์ คือการเก็งกำไร การจะหาสินทรัพย์ที่ดี(จากสินทรัพย์หลายร้อยตัว) และมีราคาถูกเพื่อที่จะซื้อและถือไว้เพื่อเก็งกำไรจะต้องใช้ความสามารถหลายด้าน (ลองดูรายละเอียดการทำเงินของผมเมื่อปีก่อนที่ลิงค์นี้ได้นะ)

หาสินทรัพย์ว่ายากแล้ว การสร้างความสม่ำเสมอให้ได้เป็นเรื่องที่ยากมากกว่า เพราะในฐานะเทรดเดอร์ คุณจะเป็นจะต้องทำกำไรให้ได้สม่ำเสมอ เพื่อหาเลี้ยงชีพ ครอบครัว ฯลฯ แน่นอนว่าคุณจะทำมันไม่ได้เลยหากคุณยังคงขลุกอยู่กับสินทรัพย์อยู่เพียงแค่ตัวเดียว คุณจะเป็นจะต้องพัฒนาตัวเองให้เก่งมากขึ้น ทำการบ้านให้หนักขึ้น เตรียมแนวทางการจัดการความเสี่ยงให้ครบทุกด้าน เลยเป็นเหตุผลว่าไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะจะเป็นเทรดเดอร์ให้ได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 1-3 เดือน

เทรดเดอร์ที่เทรดและเอาตัวรอดในตลาดได้หลักๆ ที่ผมเคยเจอก็จะแบ่งออกเป็น 3 ทางเลือกที่พวกเค้าจะไปต่อนั่นก็คือ

  1. เทรดเงินตัวเอง ไม่สุงสิง ไม่ยุ่งกับใคร เรามักจะเรียกเทรดเดอร์กลุ่มนี้ว่า “เทรดเดอร์โรนิน” เทรดได้ก็ได้เอง เทรดเสียก็เจ็บเอง ซึ่งหากคุณอยากรู้ว่าเราจะสามารถเริ่มต้นสร้างความมั่งคั่งจากการเทรดด้วยตัวเองได้ยังไงล่ะก็ ลองเข้าไปอ่านบทความ “การสร้างความมั่งคั่งในช่วงวิกฤต” ของผมได้เลยนะครับ (สำหรับสายนี้ คน ทุน น้อย จะเอาเงินตัวเองเทรด หรือไปสอบกองทุนเทรด ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด)
  2. Master Trade – ผู้ที่ เทรด forex เก่งมากๆ และแสวงหาการแข่งขันก็มักจะเข้าไปสู่การจัดอันดับตามโบรกเกอร์ต่างๆ เพื่อให้กลายเป็นมาสเตอร์ และเปิดโอกาสให้คนที่สนใจในฝีมือได้เข้ามาเลือกลงทุนในตัวมาสเตอร์ หากมาสเตอร์เทรดได้ ก็จะแบ่งกำไรให้กับลูกหาบที่มาตามและคัดลอกสัญญาณเทรดกันไป โดยส่วนใหญ่มักจะแบ่งผลตอบแทน 70:30 (มาสเตอร์ได้ 30 ส่วนนักลงทุนได้ 70) แต่มาสเตอร์หลายๆ ท่านที่เก่งๆ คุณก็อาจเจอส่วนแบ่งในระดับ 50:50 เลยก็ได้ (ถ้า ทุน น้อย ก็รอให้ชัวร์ก่อน แล้วค่อยมาลองก็ได้)
  3. PAMM Manager – เสมือนผู้จัดการกองทุนนั่นแหละครับ หลายๆ โบรกเกอร์จะมีบริการ PAMM ที่เป็นกองทุนปิด โดยจะมีผู้บริหารกองทุนมาดำเนินวางแผนการซื้อขายสินทรัพย์ให้ ซึ่งใน Forex ส่วนใหญ่ผู้บริหารกองทุนก็เป็นเทรดเดอร์นั่นเอง (แต่ก็เห็นบางกลุ่มมากันเป็นทีม หรือเป็นบริษัทก็มีครับ) ลักษณะก็คือลูกค้าที่เป็นนักลงทุนจะทำการเปิดบัญชี เพื่อเอาตัวเลขทางบัญชีไปรวมกับกอง PAMM และคนที่เป็น Manager ก็จะทำการบริหารจัดการเงินเหล่านั้นในลักษณะเป็นเงินก้อนเดียว เมื่อเทรดได้กำไรก็ทำการแบ่ง Performance fee กันเช่นเคย (ผมก็เป็น PAMM Manager เหมือนกันครับ หากคุณสนใจว่ามีรายละเอียดเป็นยังไง ลองคลิกเข้ามาอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ เพื่อให้คุณเข้าใจรูปแบบการทำเงินจากการลงทุนใน PAMM โดยไม่ต้องเทรดด้วยตัวเอง แต่ก็ยังคงสร้างความยั่งยืนใน Forex และปลดล๊อคอิสรภาพทางการเงินได้เช่นกัน)
เทรด forex ทุนน้อย ทำยังไงดี?

เพิ่มเติม

และมีคนในกลุ่มสงสัยค่อนบ่อยมาก ว่า Copy Trade กับ PAMM ต่างกันยังไง คำตอบสั้นๆ ที่ผมพอจะให้ได้คือ Copy Trade เรา เทรด กันเงินใครเงินมัน ทั้ง Master และคนตามล้วนแล้วแต่เทรดเงินตัวเอง (ที่มีไม่เท่ากัน) ดังนั้นข้อเสียคือหากโบรกให้บริการ Copytrade ไม่มีส่วนการจัดการ Lot ให้กับลูกค้าดีๆ จะทำให้ลูกค้าขาดทุนมากกว่ากำไร (ลูกค้าที่ทุนเยอะ และ ทุนน้อย ถ้าบริหารไม่ดี แล้วมาตามพอร์ตเทรด forex ก็มีโอกาสเจ๊งได้ง่ายกว่า)

ในขณะที่ PAMM จะเป็นการนำตัวเลขเงินของลูกค้า(เป็นตัวเลขทางบัญชี) เข้าไปรวมกับเงินของ Manager ซึ่งการบริหารจัดการจะทำได้ง่ายกว่า และเป็นผลดีกับลูกค้ามากกว่า …. แต่ไม่ว่าจะเป็น Copy Trade หรือ PAMM หากเราเลือกคนดูแลเงินให้เราได้ไม่ดี สุดท้ายก็ทำให้เราล้างพอร์ตได้อยู่ดีครับ ดังนั้นในฐานะนักลงทุน จึงควรดูผลการดำเนินการของ Master หรือ Manager กันด้วยว่าเหมาะที่จะมาดูแลเงินให้เราหรือไม่

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มเข้าใจภาพรวมอะไรบางอย่างแล้วก็อย่าพึ่งท้อไปครับ หลายคนที่อยากเป็นเทรดเดอร์ แต่ไม่อยากดูกราฟบ่อยๆ เพราะไม่มีเวลา จริงๆ แล้วต้องบอกว่าพวกเขาเหล่านั้นจริงๆ แล้วไม่ได้อยากจะเป็นเทรดเดอร์หรอกครับ เขาแค่อยากได้เงินมากกว่า และคิดว่าการได้เงินใน Forex จะได้มาด้วยการเป็น “เทรดเดอร์” เท่านั้น แต่แท้จริงแล้วมันมีแนวทางการทำเงินในโลกแห่งนี้อยู่อีก 2 ทางครับ ซึ่งผมกำลังจะมาอธิบายให้คุณเข้าใจนี่แหละ

เทรด forex ทุนน้อย ทำยังไงดี?

นักลงทุน (Investor)

ผมเคยปรึกษากับรุ่นพี่ที่เคารพอยู่ท่านหนึ่ง จนตกผลึกออกมาเป็นคำสั้นๆ ในการให้คำแนะนำกับผู้ที่จะเข้ามาในตลาดใหม่ๆ ได้ด้วยประโยคนี้ว่า…

“ถ้าอยากได้เงินแต่ไม่อยากดูกราฟ แสดงว่าคุณไม่เหมาะกับเทรดเดอร์หรอก ไปเป็น Investor เถอะตรงสายกว่า จะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่คุณอยากทำไง”

เนื่องจากการเป็นเทรดเดอร์ คือการเป็นอาชีพที่อุทิศเวลาให้กับการแสวงโอกาสในการกำไรจากสินทรัพย์ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องเก่งและทำการบ้านมาอย่างหนักหน่วง เพราะในตลาดแห่งนี้การที่เราทำเงินได้ นั่นหมายความว่ามีคนอื่นทำพลาด เราก็เลยได้ส่วนแบ่งมาจากผู้คนที่สูญเสียในตลาดแห่งนี้ บางคนกว่าจะตระหนักเรื่องนี้ได้ก็ใช้เวลากันหลายปีเลย

ทีนี้ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากได้กำไร แต่ไม่อยากมัวเฝ้ากราฟ หรือเทรดเองแต่ต้องพ่ายแพ้ให้กับอารมณ์ชั่ววูบอยู่ตลอด จริงๆ แล้วคุณอาจจะเหมาะกับการเป็นนักลงทุนมากกว่า เพราะในฐานะนักลงทุนคุณจะไม่ต้องเปิดกราฟดูเลยด้วยซ้ำไป

คำว่า “นักลงทุน” ในตลาด Forex มันคือการลงทุนในตัวเทรดเดอร์นั่นเอง โดยการเฟ้นหาเทรดเดอร์ที่มีความสามารถ มีประสบการณ์ และสร้างความสม่ำเสมอในตลาดได้ ก็น่าจะดีกว่าไปเทรดเองนะ ถ้าเทรดเดอร์คนนั้นเทรดได้เท่าไหร่ เราก็แบ่งกำไรให้กัน เช่น เทรดเดอร์เค้าทำกำไรให้เราได้ $1,000 ก็แบ่งให้เรา $700 และเทรดเดอร์รับไป $300 ด้วยอัตราการแบ่ง(Performance fee) 30%

ความท้าทายในฐานะของนักลงทุนจะอยู่ที่การเฟ้นหาเทรดเดอร์ที่เปรียบเสมือนนักแม่นปืนมายิงออเดอร์ให้เรานั่นแหละครับ ถ้าโชคดีหาได้ก็ดีไป ถ้าโชคร้ายเจอพวกสิบแปดมงกุฏก็มีโอกาสที่คุณจะโดนตุ๋นได้ง่ายๆ

หลายๆ โบรกเกอร์ก็พยายามแก้ปัญหาโดยการอาสาเป็นตัวกลางในการจัดหาเหล่าเทรดเดอร์และจัดรวมในอยู่ในแหล่งเดียวกัน พร้อมทั้งจัดอันดับเทรดเดอร์ให้กับนักลงทุนได้เลือกสรรด้วย ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าไปดูประวัติการเทรดย้อนหลังเพื่อเห็นฝีมือของเทรดเดอร์นั้นๆ ก่อนตัดสินใจลงทุนได้ เป็นประโยชน์กับทั้งนักลงทุนเองและตัวเทรดเดอร์ด้วยนั่นเอง

การลงทุนก็สามารถเลือกได้ว่าต้องการลงทุนใน Copy Trade หรือจะลงทุนใน PAMM เหมือนที่ผมอธิบายไปก่อนหน้านี้ ซึ่งภาระหนักของการเป็นนักลงทุนคือการเฟ้นหาตัวเทรดเดอร์ที่พอจะไว้ใจได้ในโลกของการลงทุนแห่งนี้ ส่วนใหญ่เลยต้องกระจายความเสี่ยงและเฟ้นหาตัวเทรดเดอร์จาก Ranking ที่อยู่ในเว็บ หรือลงทุนใน PAMM กับเทรดเดอร์ที่เรารู้จักและไว้ใจได้ (และมี myfxbook ด้วย)

และแถมท้ายด้วยเรื่องของ Performance ของเทรดเดอร์ครับ หลายคนเข้าใจผิดกันไปเยอะมาก (จนผมตกใจเหมือนกัน) เพราะในโลกของ Forex ปกติทุกที่เราจะใช้ Leverage ในการเทรด ซึ่งมันทำให้เราสามารถล้างพอร์ตได้ (ล้างพอร์ตคือจะไม่มีเงินเหลือเลยนะถ้ามันผิดทางไปมากๆ) แต่หลายๆ เจ้าก็พยายามจะมาขายนักลงทุนว่าสามารถทำกำไรได้ 10-20% ต่อเดือน หรือบางเจ้า 100% ต่อเดือนก็มี จนทำให้ผู้คนในโลก Social เริ่มเกิดความคุ้นชินกับตัวเลข 10%-20% ต่อเดือนกันไปซะแล้ว ซึ่งเรื่องนี้อันตรายมากๆ

ขยายความให้คุณเห็นภาพความเป็นจริงกันแบบนี้ก่อน โดยอ้างอิงจากเว็บไซท์จัดอันดับกองทุนในบ้านเราอย่าง https://www.morningstarthailand.com/th/ และ https://www.finnomena.com/ ก็ได้ ตามความเป็นจริงกองทุนเหล่านี้มีกลต. รับรอง และมีผู้จัดการกองทุนและทีมบริหารมากมาย (ถูกกฏหมายและมีใบรับรองด้วย) เมื่อคุณลองเข้าไปดูก็จะเห็นชัดเจนครับ ว่าแต่ละที่ส่วนใหญ่เฉลี่ยแล้วจะมีผลประกอบการเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปีเท่านั้นเอง (ย้ำนะครับว่า 10% ต่อปีนะ ไม่ใช่ต่อเดือน) สิ่งนี้ยังคงตอกย้ำให้กับผู้ที่พยายามมองหาผลตอบแทนที่มากกว่านี้ โดยไม่ได้ตระหนักว่าหากคุณกำลังมองหาผลตอบแทน 10% ต่อเดือน หรือ 100% ต่อเดือน นั่นหมายถึงว่าเทรดเดอร์คนนั้นที่คุณกำลังจะไปลงทุนด้วย มีโอกาสขาดทุน 10% หรือ 100% ต่อเดือนได้เช่นเดียวกัน แม้ว่าเริ่มแรกเดิมทีคุณอาจจะมองว่าคุณรับได้ แต่พอเอาเข้าจริงพอขาดทุน 10% ต่อเนื่อง 3-4 เดือน ส่วนใหญ่ก็จะถอดใจและยอมถอนเงินออกไปกันจนหมด ดังนั้นหากคุณชั่งใจสักนิด ปรับเกณฑ์ในการเลือกเทรดเดอร์กันซักหน่อย ให้พวกเค้าเหล่านั้นคุม Performance ได้ 1-3% ต่อเดือนได้อย่างต่อเนื่อง ผมว่ามันก็ถือว่าคุณโชคดีมากๆ แล้วล่ะครับ อย่าพยายามหาให้ได้มากกว่านั้นเลย เพราะสุดท้ายหากคุณเสียเงินลงทุนก้อนนั้นไป กว่าจะหามาได้ใหม่มันใช้เวลานานครับ ไม่คุ้มหรอก เพราะอย่าลืมนะ ว่ากองทุนเค้ายังเทรดได้เฉลี่ย 10% ต่อปี (ประมาณ 0.83% ต่อเดือน) บางกองทุนฯ ติดลบมาหลายปีก็มีครับ

เทรด forex ทุนน้อย ทำยังไงดี?

ใช้บอท เทรด forex ให้ดีไหม ? ทุนน้อย จะรอดไหม?

มีหลายคนเข้าใจผิดว่า อยากจะลงทุนใน EA (Robot Trading) จะได้ลงทุนในระบบ และปล่อยให้บอทเทรดแทนเรา(ส่งคำสั่งซื้อขายแทนเราหมดทุกอย่าง) ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิดที่ทำให้คนที่ผมรู้จักเสียเงินหลักล้านไปแล้วหลายท่าน

“บอท (Robot Trading)” มันคือระบบเทรดอัตโนมัติ ปกติแล้วจะถูกสร้างขึ้นร่วมกันระหว่างเทรดเดอร์และผู้พัฒนาระบบ(Developer) ระบบที่ดีส่วนใหญ่จะถูกออกแบบมาให้มีลักษณะการทำงานที่ง่าย ไม่ซับซ้อน ทำงานตรงตามเงื่อนไขง่ายๆ เพียงแค่ 1-2 อย่าง เพื่อให้เหมาะกับลักษณะการเทรดและทำกำไรของเทรดเดอร์นั้นๆ ฟังดูก็เรียบง่ายไม่น่าจะมีอะไรซับซ้อน แต่ในความเป็นจริงแล้วกลยุทธ์ในการเทรดมีค่อนข้างเยอะและหลากหลาย ขึ้นอยู่กับสภาวะการเปลี่ยนแปลงของตลาดในทุกๆ เดือน ดังนั้นเทรดเดอร์จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้มาช่วยในการบริหารจัดการสินทรัพย์หลายๆ ตัวในเวลาเดียวกัน และสามารถทำกำไรจากตลาดได้

ประเด็นหลักของเราจะอยู่ตรงจุดนี้แหละครับ !

เพราะผมเล่าให้ฟังว่า “บอท” คือการร่วมมือกันระหว่างเทรดเดอร์และผู้พัฒนาระบบ และจะถูกนำมาใช้โดยเทรดเดอร์ แน่นอนว่าในฐานะของเทรดเดอร์ พวกเขาจะต้องทำการปรับค่าให้สอดคล้องกับสภาวะของตลาด และปรับกลยุทธ์การทำกำไรให้เหมาะสมกับสินทรัพย์ที่พวกเขากำลังเก็งกำไรกันอยู่ บางครั้งจะมีจุดที่สามารถรีดกำไรจากตลาดได้เยอะ บางจุดก็ถึงคราวที่จะต้องทำการตัดขาดทุนครั้งใหญ่ รอให้มีโอกาสครั้งต่อไปให้สามารถเข้ามาเก็งกำไรกันใหม่อีก ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่พึ่งไปเจอบอทดีๆ มาซักตัวและเจ้าของก็ได้อวดอ้างสรรพคุณต่างๆ นานา ทำให้คุณรู้สึกว่าคุณกำลังได้พบกับเครื่องมือผลิตเงินชั้นยอดที่สามารถทำเงินให้เราได้แม้เวลาเรานอน ถึงคราวที่คุณต้องตื่นจากภวังค์แล้วล่ะ หากวันนี้คุณยังไม่เข้าใจสภาวะการเปลี่ยนแปลงของตลาด ยังไม่เข้าใจสภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ยังไม่เข้าใจการใช้งานตัวบ่งชี้ต่างๆ นั่นเท่ากับว่าคุณจะไม่เข้าใจเลยว่าบอทตัวนี้มันควรจะต้องตั้งค่าอย่างไร และควรเปลี่ยนแปลงค่าเหล่านี้เมื่อไหร่ หากตอนนั้นพอร์ตลงทุนของคุณกำลังติดลบอยู่ และคุณกำลังนั่งภาวนาขอให้ราคามันจะขึ้นทั้งๆ ที่มันเป็นจุดตัดขาดทุนของคุณแล้ว นั่นอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้เห็นจำนวนเงินคงเหลือในบัญชีของคุณหลังจากที่คุณทนไม่ไหวและปิดกั้นไม่ให้บอทมันหยุดขาดทุนครั้งนั้นก็เป็นได้

ดังนั้นคนที่เหมาะจะใช้งานบอทได้ จึงควรเป็นเทรดเดอร์เท่านั้น นักลงทุนอย่างเราๆ ควรเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะกับตัวเรา หรือเลือกลงทุนในผู้จัดการกองทุนที่เราเห็นความสม่ำเสมอในการบริหารเงินจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเราครับ

ผู้แนะนำโบรกเกอร์ (Introduce Broker: IB)

คือ “ผู้แนะการลงทุน” โดยจะมีงานหลักๆ คือการแนะนำผู้ที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น หุ้น ฟอเร็กซ์ คริปโตฯ ทองคำ น้ำมัน กองทุนรวม ฯลฯ โดยผู้แนะนำจะได้กำไรจากการแนะนำผู้อื่นมาลงทุน หรืออาจได้ส่วนแบ่งจากการปิดทำกำไรของลูกค้าก็ได้เช่นกัน ถ้าเป็นในตลาด Forex ผู้ที่เป็นผู้แนะนำ (เราเรียกพวกเค้าว่า IB) ก็จะได้ค่าตอบแทนเป็นค่า Lot จากที่ลูกค้าปิดออเดอร์ได้ครับ (โดยไม่สนว่าครั้งนั้นจะปิดกำไรหรือว่าขาดทุนนะ) แน่นอนว่าผลตอบ-แทนก็เอาเรื่องเลย ที่ผมรู้จักมีรายได้จาก IB คิดเป็นเงิน 7-8 หลักเลยทีเดียว

แน่นอนว่าปกติแล้วผู้แนะนำการลงทุนถ้ากรณีของตลาดหลักทรัพย์บ้านเราเอง จะรับรองเฉพาะผู้ที่มีใบ Licence เท่านั้นจึงจะสามารถแนะนำสินทรัพย์นั้นๆ ได้ แต่ในกรณีของ Forex ในบ้านเราเอง ณ เวลานี้ยังไม่มีการออกมาประกาศอย่างชัดเจนถึงเรื่องการกำกับดูแล จึงทำให้การแนะนำการลงทุนใน Forex ยังคงเป็นเรื่องที่ยังไม่ถูกต้องตามกฏหมาย แม้ว่าหลายเจ้าจะแสดงตนว่ามีใบ Licence แล้ว ก็แนะนำให้ลองตรวจสอบดูกันซักนิดนะครับ เพราะสินทรัพย์ประเภทการแลกเปลี่ยนค่าเงินไม่ถูกนับรวมอยู่ในนั้นด้วยนา

แต่เอาเป็นว่า ณ เวลานี้เราก็ยังคงเห็นผู้แนะนำอยู่เยอะครับ ก็ขอให้ใช้วิจารญาณในการเลือกตัดสินใจละกัน เพราะเนื่องด้วยมันยังไม่ถูกกฏหมาย เลยทำให้คุณอาจมีโอกาสได้เห็นผู้ที่ชักจูงคนเข้าตลาดมาด้วยความโลภ โฆษณาเกินจริงว่า Forex มันทำกำไรได้เยอะเพราะ Leverage แต่ในความเป็นจริงมันก็คือดาบสองคมนะ ถ้ามันทำให้เราได้กำไรเยอะ ก็เท่ากับว่าทำให้เราขาดทุนจนย่อยยับได้เช่นกัน ผู้ที่จะอยู่รอดในตลาดแห่งนี้ได้คือผู้ที่เทรดและทำกำไรได้นานที่สุดต่างหาก

โดยปกติที่เราจะเจอในโลกโซเชียล ส่วนใหญ่เราเห็นการเชิญชวนให้คนเข้ามาในตลาด Forex เพื่อไปเป็น “เทรดเดอร์” กันซะส่วนใหญ่ (90% เห็นจะได้) น้อยคนที่จะแนะนำมาเป็น “นักลงทุน” เพื่อลงทุนในตัวเทรดเดอร์หรือไปลงทุนใน PAMM

และคุณน่าจะได้ข่าวมานะครับว่าคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยชอบผู้ที่เป็น IB กันซักเท่าไหร่ มันมีสาเหตุหลักมาจากการที่ Forex มันยังไม่ถูกกฏหมายนี่แหละครับ เลยทำให้ผู้ที่เป็น IB ส่วนใหญ่ก็จะแนะนำให้คนเข้ามาในตลาด เน้นปริมาณคนมากๆ ให้เปิดออเดอร์กันเยอะๆ ให้พวกเขาได้เงินจากค่า Lot เยอะๆ โดยวิธีการชักจูงผู้คนเข้ามาก็มักจะมีรูปแบบเดิมๆ เชิญชวนให้คนมาเทรด Forex โดยการขายความง่าย การทำเงินได้เร็ว การฝากถอนสะดวก บางคนก็อวดรถหรู บ้านหลังโต ให้คนเชื่อว่ามันทำเงินได้เร็ว ก็จะแห่กันมาอยู่ในกงกรรมกงเกวียนแห่งนี้ด้วยกัน โดยไม่ได้สนใจสภาพตลาด Forex เลยว่าปัจจุบันนี้เศรษฐกิจของทั่วโลกกำลังดำเนินไปในทิศทางใด (น่ากลัวมั้ยล่ะ)

เทรดเดอร์หน้าใหม่จำนวนมากวนเวียนอยู่ในตลาดแห่งนี้ไม่ไปไหน เสียเงินไปเยอะ และหวังว่าจะได้เงินคืน จึงไปเข้าเรียนตามสถาบันต่างๆ ที่ทาง IB เป็นผู้จัดหามา พวกเขาก็จะขายความเป็นไปได้ของตลาด และสร้างแรงบันดาลใจในการกดออเดอร์ให้คุณ ไม่ว่าคุณจะล้มอีกซักกี่ครั้งคุณก็จะมีแรงมาเติมเงินเข้าสู่พอร์ตลงทุนของคุณอยู่เสมอตามคำแนะนำที่ดีของโค้ช

แต่พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะ IB ที่ดีก็มีเหมือนกัน พวกเขาเหล่านั้นก็จะมีแนะนำให้คุณเลือกว่าคุณอยากจะเป็นอะไร อยากจะเป็นเทรดเดอร์จริงๆ ไหม หรือต้องการเป็นนักลงทุน มันก็จะมีหนทางในการศึกษาที่ถูกต้องและจริงจังกันอยู่ครับ แต่คนกลุ่มนี้มักถูกพบเห็นได้น้อย เพราะส่วนใหญ่จะถูกเหมารวมไปอยู่กับกลุ่ม IB ที่หวังแต่ค่า Lot ของลูกค้าเยอะๆ ในท้ายที่สุดจึงทำให้ IB ดีๆ ต้องปลีกวิเวกไปอยู่ตามที่ต่างๆ ไป เพราะถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นพวกทำนาบนหลังคน (เพราะต้องให้ลูกค้าเปิดออเดอร์เยอะๆ ตัวเองจะได้ค่า Lot เยอะๆ ด้วย) เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้เทรดเดอร์ไม่ค่อยชอบ IB กันซักเท่าไหร่ และหันมาสมัครเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์โดยตรง โดยหารู้ไม่ว่าสุดท้ายการเปิดบัญชีโดยตรงจะทำให้คุณอยู่ในตลาดอย่างโดดเดี่ยวแค่ไหน ดังนั้นหากเจอผู้ที่เป็น IB ดีๆ ไม่เชียร์คุณเทรด แต่ให้ความรู้อยู่ตลอดเวลา พูดคุยแลกเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้ เจอคนแบบนี้แล้วก็รักษาเอาไว้ให้ดีนะครับ

เทรด forex ทุนน้อย ทำยังไงดี?

บทส่งท้าย

คิดว่าผมคงแนะนำได้ประมาณนี้ครับ ส่วนเรื่องการหารายได้จากการเปิดคอร์สเรียนอะไรพวกนี้ ผมคงไม่เอ่ยถึงนะครับ เพราะเดี๋ยวนี้ก็มีกันเยอะมาก ส่วนใหญ่ก็มาจากหลากหลายส่วนครับ เพราะวงการนี้ยังไม่มีตัวบทกฏหมายออกมากำกับดูแลชัดเจน ใครก็เลยออกมาสอนและให้ความรู้ พร้อมกับตั้งตัวเองเป็นโค้ชได้หมด ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาคอร์สเรียนจากคนที่ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ มีเงินทองมากมาย มีรถหรู มีบ้านหลังโต ก็โปรดเอะใจและสละเวลาซักนิด เพื่อสืบเรื่องราวของพวกเขาเหล่านั้นกันก่อนตัดสินใจลงเรียนกันนะจ๊ะ ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการอยากเริ่มต้นแนวทางการทำเงินอย่างถูกต้องและค่อยเป็นค่อยไป ลองค่อยๆ ศึกษาจากบทความในหมวด Trading Diary ของผมได้นะครับ เพราะผมจะทยอยอัพเดตเรื่องราวเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ให้กับคุณและเพื่อนๆ ที่สนใจทำเงินในตลาด Forex ไปด้วยกัน และสามารถทำความรู้จักกับผมเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้เลยครับผม

อ้างอิง
บทความนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกที่ https://www.thailandfxwarrior.com/forex/3-way-to-make-money-in-forex-market/

บทความที่คุณอาจสนใจ
3 กลยุทธ์สุดชิล ทำกำไรได้ใน 30 นาที https://www.thailandfxwarrior.com/forex/seminar-gold-oil-forex-in-chiangmai-may-2022/
กลยุทธ์ และ เทคนิค เทรด ทองคำ รายวัน https://www.thailandfxwarrior.com/forex/day-trade-trading-setup-with-moving-average-in-forex-and-gold-xauusd/

# # # # # # # #

ติดต่อเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Website: https://www.thailandfxwarrior.com
💬 LINE: http://bit.ly/tradertum
📺 YouTube: https://www.youtube.com/c/ThailandFxWarrior
🐤 Twitter: https://twitter.com/tumtradingdiary
📖 Blockdit: https://www.blockdit.com/tradertum
👍 Facebook: https://www.facebook.com/TumTradingDiary/

สมัครต่อ IB เพื่อเป็นกำลังใจและรับ Service พิเศษ
👨‍💼 TMGM : https://portal.tmgm.com/register?node=ODA4MjI=&language=th
📗 กลุ่มไลน์ : https://bit.ly/traderdiary-mumu-line
💻 ดู Live สด : https://www.facebook.com/TraderDiaryPraewchompoo